วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การประมาณราคา/Model Based Estimatingโดยบริษัทก่อสร้าง

การประมาณราคา/Model Based Estimatingโดยบริษัทก่อสร้าง

ดังที่อื้นมาแล้วนั้นการประมาณราคาด้วยกรรมวิธีการของงานสร้างโมเดลอาคารเป็น 3 มิตินี้ ทำให้การประมาณราคาด้วย Model Based นี้ต้องใช้ประสิทธิภาพของโปรแกรม CAD มากในการโมเดลรูปถวัลย์และสัดส่วนของเรือน ซึ่งเทคโนโลยีการจำลองอาคาร 3 มิติเสมือนจริงนี้ เรียกว่า BIM – Building Information Modeling ซึ่งโปรแกรม CAD แต่ละค่าย ก็จะรองรับการโมเดลตึกได้ยากเข็ญง่ายรานต่างกันดำเนิน หากใช้โปรแกรม CAD ที่ง่ายในการจำลองโมเดลอาคารกับส่วนสร้างอาคารได้ง่ายและเสมือนจริงเท่าไร ก็จะช่วยให้นักคาดราคาทำการงานประมาณราคาได้สะดวกขึ้นเท่านั้น เช่น โครงสร้างโค้ง เอียง มีการเจาะรู หรือ บากคาน ได้

การคะเนราคาประดิษฐ์สร้างแบบที่ใช้การเทียบระยะจากแบบพิมพ์เขียวซึ่งที่เรียกว่าแบบ PaperBased Estimating นั้นเป็นการทำงานโดยอาศัยการวัดระยะ และโควตานับปริมาณ จากแบบก่อก่อสร้าง เพื่อคิดเลขหาจำนวน ปริมาตร ของวัสดุและแรงงานที่จะใช้ ซึ่งวิธีการประมาณราคาสร้างสร้างด้วยวิธี Paper Based นี้ ยังมีชีวิตอยู่วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด เพราะนักเกือบราคา ทำงานโดยการวัดระยะด้วยไม้สเกวมาตราส่วน (Scale) และนับจำนวนวัสดุที่ใช้จากระยะจากแบบก่อสร้าง ซึ่งเป็นกระดาษพิมพ์เขียว แล้วค่อยมาคำนวณปริมาณ หรือ ปริมาตร วัสดุที่ใช้ เช่นกันเครื่องคิดเลขจำนวนหรือโปรแกรมตารางคำนวณ (Spread Sheet) หรือ โปรแกรมประมาณราคา (Estimating Application) ที่นำมาเอาใจช่วยทำงานนั้น ก็ยังอาศัยการนับ หรือ วัดระยะด้วยมนุษย์เองอยู่ดี เพียงแต่ว่าโปรแกรมนี้ช่วยให้คำนวณและจัดเรียงข้อมูลวัสดุได้ง่ายเป็นระเบียบ และสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้มากกว่าการใช้โปรแกรมตารางคำนวณแต่การคำนวณปริมาณวัสดุด้วยการนับจำนวน และวัดระยะจากพิมพเขียวแบบเดิมนั้น มีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้มาก และผู้รับว่าก่อสร้างเองจะมาต้องเสียเวลา มาประมาณราคาซ้ำซ้อนกันอีกหลายๆครั้ง ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้งาน เช่น วางแผนการงานก่อสร้าง(Project Planning) การเจี๊ยบซื้อจัดจ้าง (Procurement) คือต้น ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนั้นเสียโอกาสในการชนะการประมูล ไม่มีข้อมูลที่แท้จริง ทำให้ยากในการดูแลงานจัดการขณะลงมือก่อสร้าง
         

ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์ตรงนั้นมีการพัฒนาการเดินจากเดิมมาก ทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ทำให้มีการพัฒนาจากโปรแกรม CAD (Computer-Aided Design / Drafting)  จากเดิมใช้งานหลักคือ การเขียนแบบเป็น 2 มิติ มาทำการจำลองอาคารทั้งหลังเป็น 3 มิติ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการออกแบบอาคารด้วย 3 มิติ  โดยเฉพาะโปรแกรมออกประเภทสถาปัตยกรรมสมัยปัจจุบันนั้น ศักยสร้างรูปทรงอาคารและชิ้นส่วนอาคารได้เสมือนวัสดุจริง การเพิ่มมิติเข้าไปจากเดิมที่เป็น 3 มิติ ด้านเวลา หรือ การติดตั้งแผนงาน มักจะถูกเรียกว่า 4D และการเพิ่มมิติเรื่องต้นทุน หรือ ประเมินราคานี้อีกจะเรียกรวมกันว่า 5D Construction


การประมาณมูลค่าด้วยวิธี Model Based Estimating นี้ยังมีชีวิตอยู่การคณานับหรือคำนวณความจุ ปริมาณพลัดพรากโมเดลอาคาร 3 มิติจากสมองกล ซึ่งผมเองได้ติดตามเทคโนโลยีด้านนี้มาตลอดเวลา 3 ปี ทั้ง ดูงาน และร่วมทำ workshop ในต่างประเทศ พอจักสรุปได้ดังนี้


1.Vico Software Constructor™
   
โดยมีชื่อเดิมคือGraphisoft Virtual Constructor ซึ่งชื่อใหม่คือ VICO ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก Virtual Constructor นั้นเองโดย Vico Software เป็นโปรแกรมแรกของมนุษยโลกในการก้าวเข้ามาสู่โลกการก่อสร้าง 5D ซึ่งเริ่มพัฒนาประมาณปี พศ. 2548 โดยอาศัย Engine ของโปรแกรม Archicad เป็นตัวกระทำงานด้าน CAD และพัฒนาโปรแกรมเพิ่ม เพื่อให้ทำงานได้ครบระเบียบ ด้วยหลักการ Model Based Estimating มาช่วยประมาณมูลค่าและเก็บแผนกิจธุระก่อสร้าง

   
โดยอาศัยหลักการก่อสร้างฐานข้อมูลอุปกรณ์ก่อสร้างทั้งค่าพลังอำนาจค่าอุปกรณ์ในโปรแกรม Estimating และ รังรักษ์โมเดลอาคารในโปรแกรม Constructor แล้วให้ทำการเชื่อมโยงใยกัน โปรแกรม Constructor จะทำการหากชิ้นส่วนโครงสร้างตามที่ระบุตอนแปลงโมเดล อย่างเช่น คาน เสา พื้น บันได้ ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3  โดยทว่าและชั้นสามารถกำหนดพื้นที่ทำงานฉลอง เป็น Phase หรือ Zone ได้ตามต้องการ โปรแกรม Estimating จะทำการคำนวณจำนวนวัสดุและแรงกิจธุระที่ใช้ในแต่ละชิ้นส่วนเครื่องใช้โครงการให้อัตโนมัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเดล เช่น เล็ก หรือ ใหญ่ ขึ้น นักประมาณการราคาจะสั่งให้โปรแกรมเริ่มคิดเลขใหม่ ซึ่งจะทำให้โปรแกรมคำนวณปริมาตรของวัสดุที่ใช้จากโมเดลอัตโนมัติ นักประมาณราคาทำเป็นกำหนดวัสดุที่ใช้แห่งโมเดลกิจธุระสถาปัตย์ เช่น พื้น ผนัง ได้เสมือนจริง เช่น ผนัง อาจจะเป็น ไม้ กระเบื้อง อิฐ ประกอบกันได้

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทก่อสร้าง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น