This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

อาคารฟรีฟอร์ม อนาคตอันใกล้ของวงการบริษัทก่อสร้างไทย

อาคารฟรีฟอร์ม อนาคตอันใกล้ของวงการบริษัทก่อสร้าง

ปัจจุบันอาคารทั่วโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแบบหน้าที่จากแห่งหนอยู่อาศัย ไม่ใช่หรือเป็นสำนักงาน มาเป็นเนื้อหา (content) ให้กับตึกเป็นจุดสนใจ ดำรงฐานะแหล่งท่องเที่ยว เพราะว่าสร้างความสำเร็จให้กับเจ้าของธุรกิจได้คล่องขึ้น แถมยังลดค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ลงจัดหามาเป็นอย่างดี แต่ผู้สร้างวิชาชีพนักออกลูกแบบ วิศวกร และ ผู้รับว่าก่อสร้างแหลมทองเตรียมองค์รับมืออย่างไร ในเมื่อเราคุ้นเจนเฉพาะเรือนที่คือสี่เหลี่ยมๆ" อาคารตัวทรงแปลกๆ ไม่ครอบครองสี่เหลี่ยมๆ เหมือนหัสเดิมที่ผมเคยแปลงกันมาสู่เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อหลายปีแล้ว ซึ่งสถาปนิก วิศวกรไทยยังไม่คุ้นเคย จึงต้องส่งไปทำงานแถวต่างประเทศ ทำให้คนไทยมรณกรรมโอกาสไปหลายโครงการแล้ว ซึ่งณะนี้ก็เริ่มปลูกต่อกัน อาคารรูปทรงอิสระ หรือเป็นรูปทรงต่างๆ โครงสร้างโรงไม่เป็นสี่เหลี่ยม อยู่ในระนาบแบบ 2 แกน เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งอีก 4 ปีก็จะงอมกันพอโศภิต กับ AEC หรือประชาคมอาเชียนเริ่มมีผลบังคับใช้กัน ทำให้สถาปนิก วิศวกร จากมาเลเซีย และ สิงคโปร์ จะเริ่มเข้ามาทำการในบ้านเรามากขึ้น เพราะกอบด้วยเทคโนโลยีที่สูงกว่าเรา และการกระจายตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้ดีกว่าเรา ผู้ออกแบบ สถาปนิก วิศวกรโครงสร้างก็ต้องเริ่มหาเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ที่จะช่วยในทำงานได้ดีขึ้น และทำงานเข้ากับรูปทรงอาคารใหม่ๆในหลายๆระนาบได้ ซึ่งโปรแกรมออกแบบเขียนหนังสือแบบ 2 มิติ ไม่สามารถทำได้เลยในงานออกแบบโรงเรือนรูปทรงอิสระ เพราะขีดขั้นทั้ง 3 แกนไม่ตรงกันเลย โปรแกรมวิเคราะห์แบบสร้างทั่วๆไปก็จะไม่สามารถนำมาใช้งานได้ เพราะทำงานได้แต่รูปร่างสร้างที่อยู่ในราบ ไม่สามารถออกลูกแบบหน้าตัดคาน และเสา ที่มีขนาดไม่เท่ากันได้ หรือการผสมหน้าตัดโครงสร้างไม่ได้ตามวิศวกรต้องการ สถาปนิกเองก็เช่นเดียวกันบางกรณีก็ไม่สามารถใช้รายการออกแบบสถาปัตกรรมได้เพียงตัวเดียว เพราะต้องคำนึงเหตุการณ์การติดโด่เด่ด้วย (Fabrication) ซึ่งความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ใหม่สำหรับวงงานวิชาชีพในประเทศไทย โดยเพ่งตรงกับนักออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้างเองก็ทบทวนเป็นจะควรปรับตัวแจกเข้ากับการเปลี่ยนดัดแปลงการก่อสร้างอาคารนี้ให้ได้ จำเป็นจะต้องใช้โปรแกรมที่รองรับ BIM (Building Information Modeling) ได้ดีขึ้นกว่าเดิม สามารถที่จะประมาณราคาจากโมเดลอาคาร 3 มิติได้โดยตรง ผู้รับว่าก่อต่อเรืออาจต้องมองหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถเขียนแบบรายละเอียดเหล็กเสริมคอนกรีต เพื่อทำ Shop Drawing และทำ Bar Cutting List ใหม่ๆ และ วางแบบอย่างงานก่อสร้างจาก BIM ได้ ตลอดจนวิเคราะห์ต้นทุนการก่อสร้างได้ตลอดเวลา ซึ่งความรู้ใหม่ๆเหล่านี้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเองต้องเตรียมตัวตนตั้งแต่วันนี้ ส่วนวงการการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมพร้อมกับวิศวกรรมศาสตร์ในบ้านเมืองไทยเองก็น่าเป็นห่วงไปไม่น้อย เพราะทุกหน่วยงานสถานที่ศึกษาไทยมักจะขาดแคลนงบประมาณ และเจ้าหน้าที่ที่มีความถนัดในการใช้คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ จึงทำให้แต่ละสถานศึกษามักจะสอนแบบเดิมๆ ใช้โปรแกรมฟรี ในการสอน เพราะหากเพิ่มขึ้นให้ทัน จำเป็นจะจำต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาบุคลากรทีมงาน รวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งแทนที่สถานศึกษาจะเป็นหน่วยที่กำเนิดนักศึกษาที่เรียบร้อยออกมาทำงานได้แต่กลับจะเป็นภาระให้กับวงการวิชาชีพต้องรับเข้ามาแล้วมาพัฒนาเองซึ่งมรณภาพงบประมาณและเวลาจำนวนรวมมากในการพัฒนาได้ในแต่ละคน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทก่อสร้าง

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

รายละเอียดบริษัทก่อสร้างขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร


รายละเอียดบริษัทก่อสร้างขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคาร


ตามที่ได้มีการออกลูกกฎกระทรวงเจาะจงคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ แนวเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน และการเพิกถอนถอนการขึ้นทะเบียนสดผู้ตรวจสอบ และหลักวิธานการตรวจสอบอาคาร พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะและลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และข้อตกลงในการขอขึ้นโพย และการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนสดผู้ตรวจสอบ ตลอดจนตรอกหลักกฏเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบอาคาร และวัสดุประกอบกิจของโรง และหน้าที่ และความรองรับผิดชอบสิ่งผู้ครอบครองอาคาร และเจ้าสรรพสิ่งอาคารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบอาคาร แต่กลับอย่างไรก็ตามข้อกำหนด ดังกล่าวบางเรื่องไม่ได้กำหนดรายละเอียด วิธีการและแนวทางการปฏิบัติไว้ ดังนั้น เพื่อให้การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารมีความแจ่ม กรมโยธาธิการ และผังเมืองจึงได้จัดทำรายละเอียด วิธีการ และแนวลู่ทางการปฏิบัติในการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สืบสวนสอบอาคาร ดังนี้

คุณสมบัติของผู้ตรวจทานสอบพร้อมทั้งการอบรม

ข้อ ๑ ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อ ๒ ผู้ขอขึ้นบัญชีชื่อเป็นผู้ตรวจสอบต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับวิธีการ

ตรวจสอบสภาพอาคาร และอุปกรณ์กอปรของอาคารตามที่คณะผู้ตัดสินควบคุมอาคารรับรอง โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการอบรม ดังนี้

     ๑) ต้องเข้าอบรมกับสถาบันที่ภาควิชากรรมการควบคุมอาคารได้ให้การรับรอง โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อสถาบันดังกล่าวได้ในเว็บไซด์ของกรมโยธาธิการ และผังเมือง


     (๒) หลักสูตรการอบรมเหมือนน้อยประกอบด้วย

           (ก) ภาควิชาการ ประกอบด้วย ๓ หมวดวิชา ได้แก่ หมวดหมู่วิชาจรรยาบรรณ และกฎหมาย (๖ ชั่วโมง) หมวดวิชาหลักการ และแนวทางการตรวจสอบอาคาร (๖ ชั่วโมง) และหมวดหมู่วิชาเขตทางการตรวจสอบสภาพอาคาร และอุปกรณ์ประกอบของอาคาร (๒๑ ชั่วโมง)

          (ข) ภาคบำเพ็ญ ประกอบด้วย ๒ วิชา ได้แก่ การตรวจสอบสภาพ และระบบความปลอดภัย (๖ ชั่วโมง) และการวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลการตรวจสอบ (๖ ชั่วโมง)

     (๓) การประเมินผล

          (ก) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าอบรมเป็นเวลาอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ของเวลาการอบรมภาควิชาการ และร้อยละ ๑๐๐ ของเวลาการอบรมภาคปฏิบัติ

          (ข) ผู้เข้ารับการอบรมต้องสอบวัดผลภาควิชาการ โดยปล้องสอบกลางของกรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับภาคปฏิบัติจะประเมินผลโดยสถาบันฝึกอบรม จากการรายงานผลการตรวจสอบอาคารจริง การนำเสนอ การอภิปราย และการมีส่วนร่วมกิจกรรมต่างๆ

          (ค) ผู้เข้ารับการอบรมต้องทดสอบประเมินความเหมาะสมการเป็นผู้ตรวจสอบโดยสถาบันฝึกอบรม

     (๔) ผู้เข้ารับการอบรมต้องผ่านการสอบวัดผลตามเกณฑ์ที่กำหนดดังต่อไปนี้

          (ก) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ จากการสอบทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติ

          (ข) ต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบประเมินความเหมาะสมการเป็นผู้ตรวจสอบ


     (๕) ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสามารถขอสอบวัดผลภาควิชาการหมวดวิชาหลักการ และแนวทางการตรวจสอบอาคาร และหมวดวิชาแนวทางการตรวจสอบสภาพอาคาร และอุปกรณ์ประกอบของอาคารก่อนเข้ารับอบรมก็ได้ แต่ให้สอบได้เพียงครั้งเดียว หากคะแนนที่ได้รับในหมวดวิชาใดไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ก็ไม่ต้องอบรมในหมวดวิชานั้นก็ได้ แต่ยังคงต้องอบรมภาควิชาการหมวดจรรยาบรรณ และกฎหมาย และภาคปฏิบัติ และเมื่อผ่านการอบรมแล้วให้สอบวัดผลเฉพาะหมวดวิชาจรรยาบรรณ และกฎหมาย และหมวดวิชาที่ยังสอบไม่ผ่าน ผู้ที่ขอสอบวัดผลภาควิชาการก่อนเข้าอบรมยังคง ต้องสอบภาคปฏิบัติ และทดสอบประเมินความเหมาะสม ในการเป็นผู้ตรวจสอบ โดยไม่มีข้อยกเว้น

     (๕) ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบสามารถขอสอบวัดผลภาควิชาการหมวดวิชาหลักการ และแนวทางการตรวจสอบอาคาร และหมวดวิชาแนวทางการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร ก่อนเข้ารับอบรมก็ได้ แต่ให้สอบได้เพียงครั้งเดียว หากคะแนนที่ได้รับในหมวดวิชาใด ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ก็ไม่ต้องอบรมในหมวดวิชานั้นก็ได้ แต่ยังคงต้องอบรมภาควิชาการหมวดจรรยาบรรณ และกฎหมาย และภาคปฏิบัติ และเมื่อผ่านการอบรมแล้วให้สอบวัดผลเฉพาะหมวดวิชาจรรยาบรรณ และกฎหมาย และหมวดวิชาที่ยังสอบไม่ผ่าน ผู้ที่ขอสอบวัดผลภาควิชาการก่อนเข้าอบรมยังคง ต้องสอบภาคปฏิบัติ และทดสอบประเมินความเหมาะสม ในการเป็นผู้ตรวจสอบ โดยไม่มีข้อยกเว้น

     (๖) สภาวิศวกร และสภาคนเขียนแบบจะเป็นหน่วยงานสอบวัดผลภาควิชาการ สามารถสอบถามเรื่องกำหนดการสอบได้ที่หน่วยงานดังกล่าว

     (๗) ผู้ที่ผ่านการอบรม จะต้องสอบวัดผลภาควิชาการ ให้ครบทุกหมวดวิชาภายในระยะเวลาสองปี หลังจากที่ผ่าน การอบรมแล้ว ถ้าสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดสามารถสอบใหม่ได้ หากสอบไม่ผ่านภายในระยะเวลาสองปี ต้องเข้ารับการอบรมใหม่


หลักเกณฑ์ วิธีการ และข้อแม้ในการขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและการขอต่ออายุการขึ้นทะเบียน

ข้อ ๓ ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ ต้องเล่าเรียนรายละเอียดจับกับการขอขึ้นทะเบียน และการขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียน การเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. ๒๕๔๘ หมวด ๒ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอขึ้นทะเบียน

ข้อ ๔ ผู้ขอขึ้นรายชื่อเป็นผู้ตรวจสอบ ให้ยื่นแบบคำขอ (แบบ ต. ๑ ที่ได้กำหนดในกฎกระทรวง) ด้วยตนเอง พร้อมเอกสารตามที่กำหนดในคำขอ รวมทั้งเอกสารที่แสดงว่าจ้างได้ผ่านการอบรม จากสถาบันที่คณะผู้ชี้ขาดควบคุมอาคารให้การรับรองแล้ว กับผลการสอบวัดผล โดยยื่นที่สำนักควบคุม และตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ ๖ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร หรือจะติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ทางโทรศัพท์หมายเลข ๐-๒๒๙๙-๔๓๖๒-๓ หรือยื่นได้ที่สำนักงานโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดที่สถานที่ประกอบการนั้นตั้งคงอยู่ หรือที่ผู้ขอขึ้นทะเบียน มีภูมิลำเนาเหรอถิ่นที่อยู่ก็ได้ ในกรณีที่ไม่สามารถมายื่นคำบิณฑบาตด้วยตนเองได้ให้มีหนังสือมอบสมรรถนะให้กับผู้ อื่นมายื่นแทนก็ได้

การออกหนังสือรับรองการขึ้นโพยเป็นผู้ตรวจสอบแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ มารับหนังสือดังกล่าวด้วยตนเองที่สถานที่ที่ได้ยื่นขอขึ้นสารบาญไว้ หากไม่สามารถมารับได้ ให้มีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมารับแทนก็ได้

ข้อ ๕ การยื่นคำขอผสานอายุหนังสือต้อนรับการขึ้นทะเบียน ให้ใช้คำขอตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง (แบบ ต. ๒) โดยยื่นก่อนวันที่คัมภีร์รับรองการขึ้นทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่า ๖๐ วันพร้อมสิ่งพิมพ์ตามที่กำหนดในคำขอ เพราะว่ามีรายรัดกุมอื่นๆ เช่นเดียวกันกับที่กำหนดในข้อ ๓

ข้อ ๖ แบบคำขอต่างๆ ทำเป็นขอรับได้ที่สำนักควบคุม และตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิงานและผังเมือง ตัวถนนบรรพชิตรามที่ ๖ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานโยธาธิการพร้อมกับแบบแปลนเมืองจังหวัดทุกจังหวัด หรือ Download ได้จาก Web Site ของกรมโยธาธิการและผังเมือง “www.dpt.go.th”
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทก่อสร้าง

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบสภาพอาคาร

รับเหมาก่อสร้างโรงงานวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบสภาพอาคาร

วัตถุพึงปรารถนาสิ่งการตรวจค้นสอบสภาพอาคาร

คำพูดถามที่เจ้าของอาคารมักสงสัยว่า...จะหาได้ประโยชน์อะไรจากการพิจิตสอบสภาพอาคาร กฎเกณฑ์บังคับเกินความจำเป็นหรือไม่ คงต้องพิจารณาถึงที่มาข้าวของเครื่องใช้การออกกฎหมาย หลักความคิดกับวัตถุประสงค์ของกฎปฏิบัติก่อน

เกี่ยวจากเรือนจะมีโครงสร้าง และกระบิลต่างๆ ภายในอาคารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน เช่น ระบบป้องกัน และระงับอัคคีภัย ระบบไฟฟ้า ระบบลิฟต์ ฯลฯ ซึ่งระบบต่างๆ เหล่านี้ เมื่อมีงานกินงานไประยะหนึ่งจำคือต้องมีการตรวจสอบดูแลและบำรุงรักษา เพื่อให้อยู่ที่สภาพที่ใช้งานฉลองได้ตลอดเวลา ซึ่งในการใช้อาคารอย่างถูกต้อง และปลอดภัยแล้ว แม้ข้อบังคับจะไม่บงการให้ ต้องประพฤติการตรวจสอบสภาพอาคาร และบำรุงรักษา แต่ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของอาคารสมควรจะดำเนินการอยู่แล้ว

มีหลายคดีที่เกิดเรื่องราวอาคารตระหน่ำ หรือไฟไหม้ โดยเฉพาะโรงสาธารณะที่มีคนเข้าไปใช้สอยดำรงฐานะจำนวนมาก แม้จะมีเหตุที่บ่งชี้ว่าโครงสร้างของอาคารเกิดการพิบัติขึ้นแล้ว และจะอันตรายอย่างร้ายแรง ถึงขั้นอาคารถล่มหากไม่ได้รับการแก้ไข แต่เจ้าของโรงก็ไม่ทราบ และไม่คาดคิดว่าสิ่งที่จักเกิดขึ้นนั้นร้ายแรงเพียงใด หรือกรณีเพลิงไหม้โรงแรมโปร่งใสแห่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีการใกล้ชิดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ระบบกลับไม่ทำงาน ทำให้ผู้ใช้อาคารไม่ทันได้ระวังร่างกายและหนีไม่ทัน ได้ประทับตราย้ำให้เห็นลุความสำคัญข้าวของการสอบทานสอบสภาพกระบิลต่างๆ ของอาคารได้เป็นอย่างดี

ในปัจจุบันนี้ ประกอบด้วยหลายอาคารตำแหน่งคำนึงถึงความปึกแผ่นของชีวิตและธนทรัพย์ของประชาชนที่ใช้อาคาร โดยจัดให้มีการบำรุงรักษาโครงสร้าง และระบบต่างๆ ของอาคารให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมออยู่แล้ว... ถึงกระนั้นการตรวจสอบสภาพอาคารก็ยังมีเรื่องจำเป็น เนื่องจากหมายถึงกบิลการตรวจทานมิอุปถัมภ์เกิดข้อผิดพลาดจากการดูแลทะนุถนอมรักษาอาคารเพราะผู้ตรวจสอบ ซึ่งจะสดบุคคลที่สาม หรือ Third party
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่รับเหมาก่อสร้างโรงงาน

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วม

เตรียมบ้านก่อนน้ำท่วมโดย Crs ก่อสร้างชลบุรี

สถานการณ์น้ำเปล่าท่วม ปี 2554 ปี นี้เกือบเต็มข้างบ้าเลือดกว่าหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ก็ตาขอเป็นกำลังใจเลี้ยงดูทุกคนไม่ว่าจะเป็น ผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ และผู้ที่มีมโนอาสาทุกคน สู้ ๆ และเข้มแข็ง กระทั่งทะลุพ้นวิกฤตไปให้ได้นะคะ

ส่วนพื้นที่ไหนก็ตามถิ่นที่คิดว่า น้ำกล้าจะท่วม หรือไม่ท่วม หรือไม่รู้ว่าจะท่วมหรือเปล่า เราเองก็คงไม่อาจรู้ได้ งานเตรียมตัวให้พรึบกับสถานะการณ์แบบนี้ ทำนองน้อยก็ทำให้เราอุ่นใจได้ เพราะอานาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่บางคนที่บ้านไม่เคยน้ำท่วมถึงเลย หรือไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ก็อาจจะคิดว่า เวอร์ไปมั้ย! อะไรจะขนาดนั้น! แต่ถ้าเตรียมไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เช่น บางบ้านซื้อเรือมา บ้านข้าง ๆ บอก เวอร์ ลองคิดในทางที่ดีคือ ปลอดภัยไว้ก่อน ถึงปีนี้ไม่ได้ใช้ หรือในอานาคตต่อ ๆ ไปไม่ได้ใช้ อย่างน้อยเราก็นำไปบริจาคเพื่อให้หน่วยงานนำไปใช้เพราะว่าช่วยเหลือผู้อื่นได้

นำล่ะเกริ่นมาซะเยอะ ร่ำขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ วันนี้ขอนำบทความ ของ อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ ได้เขียนสรุปออกมาให้เรา ๆ ได้อ่านเป็นข้อ ๆ และเข้าใจง่าย เพื่อที่ทุกคนจะได้เตรียมตัวกันให้พร้อม ท่านได้เขียนไว้ว่า...

มาถึงวันนี้ คนไทยทั้งหลายเข้าใจเรื่องน้ำท่วมมากขึ้น ศึกษาข่าวสารบนความไม่ประมาทมากขึ้น และเริ่มมีการ “เตรียมตัว” เพื่อจัดเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนที่น้ำจะมา จึงขอเขียนบันทึก เตรียมการบ้านก่อนน้ำท่วม” แบบสั้นกระชับนี้ขึ้น ซึ่งหวังว่าคงจะพอมีประโยชน์ครับ ขออนุญาตให้หลับตาแล้วตรึกตรองภาพถึงว่าเรากำลัง “เตรียมเมืองรับศึกสงคราม” นะครับ



 ดูทางน้ำที่จะมาสู่บ้านเรา แล้วจะไปทางไหนได้บ้าง

ขอให้คิดว่าเราเทียบเท่ากำลังตั้งค่ายคูช่องหอรบอยู่ เราต้องรู้ว่าข้าศึกจะเข้ามาโจมตีเราทางทิศใดได้บ้าง และหากเกิดความพลาดพลั้งขึ้นมา เราจะหนีไปทางไหนได้บ้าง ซึ่งฉันศึกอาจจะเข้ามาตีเราหลายทางก็ได้ และเราก็อาจจะจะมีทางหนีไปหลายทางก็ได้ บางครั้งข้าศึกไม่ได้มาตีแค่ 2-3 ทาง แต่ทำการ “ล้อม” เราเอาไว้ทุกด้านก็ได้ ทำให้ทางหนีของเราถูกปิดกั้นไว้หมด

หากเมื่อรู้แนวทางทางเหล่านั้นแล้ว ก็ขอให้ชักจะวางแผนที่จะ “หยุดน้ำ หยุดข้าศึกที่จะเข้ามาโจมตีเรา” ซึ่งการร้างลายั้งน้ำหรือว่าข้าศึกนั้น มีหลายวิธีที่ต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการ “สร้างเขื่อนชั่วคราว” ด้วยกระสอบทราย หรือเอาแผ่นวัสดุใดๆ มากั้นก็ได้ การปิดกั้นนั้นมีหลายวิธี ซึ่งใช้เนื้อความเข้าใจพื้นฐาน เสริมกับสอบหาข้อมูล ก็จะพอรู้กันเองได้ครับ



กำแพงบ้านไว้กันน้ำได้ แต่ต้องระวังรั้วพังนะครับ

ตามทุกทีแล้ว รั้วเหย้าเรือนที่เป็นคอนกรีตหรือก่ออิฐ จะเปรียบเสมือนกำแพงเมืองที่จะกันน้ำไม่ให้เข้ามาในบ้านของเรา แต่เราต้องไม่ลืมว่าความหนักเบาของน้ำที่ขังหรือถาโถมเข้ามากดที่ด้านข้างของกำแพงรั้วเรา จะทำให้รั้วบ้านของเราเกิดการเอียง หรือแตกร้าว หรือพังลงมากได้ เพราะรั้วบ้านทั่วไป วิศวกรท่านจะไม่ได้ออกแบบไว้ให้รับแรงหรือน้ำหนักณกระทำหน้าข้างได้ท่วมท้นนัก

ทางคุ้มครองที่ง่ายที่สุดก็คือ ดิฉันหากระสอบทรายมาวางวางอีกด้านหนึ่งของรั้วบ้านเรา (ในบ้านเรา) วางไว้ติดชิดกับรั้วไปเลย ยามเมื่อรั้วจะเอียงเพราะว่าน้ำที่ท่วมกดน้ำหนักมาอีกซีกหนึ่ง กระสอบทรายก็จะทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักเอาไว้ ขนย้ายแรงไปรั้วมา รั้วก็ยังตั้งตรงอยู่ได้ “กำแพงเมืองข้าวของเราก็ไม่แตก หรือล้มครืนลงมา” ครับผม
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ก่อสร้างชลบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

การผังเมืองคืออะไร

การผังเมืองคืออะไรโดย Crs ก่อสร้างชลบุรี


การผังเมือง หมายถึง การเข้าประจำที่แผน กฎหมาย สถาปัตยกรรม สังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สิ่งของแวดล้อม การจราจร เพื่อให้เป็นการกะเกณฑ์นโยบาย กฎหมายและระเบียบ การจัดวางแผนผังการใช้พื้นที่ของเมือง ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ สมมติจะพูดไม่ยุ่งยากเทียบกับเคหสถานของเรา ผังเมืองก็เหมือนการกำหนดว่าพื้นที่ใดจะมีชีวิตที่จอดรถ ห้องหับนั่งเล่น ห้องรับให้อาหาร ห้องน้ำ หรือห้องนอน โดยที่ตลอดคนในบ้านต้องอาศัยอยู่อย่างมีความสุขทั้งกายและใจ แต่ผังเมืองจะเป็นสิ่งที่ใหญ่โตกว่านั้น ต้องคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจของประชาชน ความเสถียร ความน่าอยู่ของเมือง รวมไปถึงภาพรวมที่มีผลต่อประเทศในทุกด้าน ระยะเวลาในการกำหนดใช้ข้อบังคับข้อบังคับต่างๆของผังเมืองมีระยะเวลา 5 ปี จนถึงครบก็จะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาอีกเวลาเพื่อเกลี่ยแก้ให้สมควรสมกับสภาพเข้าสังคมและเศรษฐกิจในช่วงนั้นรวมไปถึงในหนหน้า
ใจความสำคัญที่มีผลกับเราเจ้าของบ้านเห็นจะเป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมแปลนกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินและข้อกำหนด วิธานกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม (ผังสี) ซึ่งCrs ก่อสร้างชลบุรีได้แบ่งการใช้ผลประโยชน์ที่ดินไว้จำนวน 3 ประเภท คือ
1. ที่ดินประเภทบริเวณอยู่อาศัย แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
- ที่ดินประเภท ย.1 – ย.4 (สีเหลือง) ลิขิตให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
- ที่ดินประเภท ย.5 – ย.7 (สีส้ม) กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
- ที่ดินประเภท ย.8 – ย.10 (สีน้ำตาล) กำหนดให้เป็นเนื้อที่ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทนี้ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย                   สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินส่วนนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อให้ประกอบกิจการตามที่กำหนด

2. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
       ที่ดินประเภท พ.1 – พ.5 ที่ดินประเภทนี้ ปันออกใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม งานอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการยังไม่ตายส่วนใหญ่ เพื่อการชำระคืนประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินชั้นนี้ในแต่ละบริเวณ และกักด่านใช้ประโยชน์ที่ดินเพราะด้วยกิจการไล่ตามที่กำหนด

3. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม (สีม่วง) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- ธรณีประเภท อ.1 กำหนดเป็นเขตพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อการบริหารและจัดการ เครื่องแวดล้อม สำหรับการสร้างกิจการประเภทอุตสาหกรรมการผลิตพื้นที่มีมลพิษน้อย
- ที่ดินลูบไล้เภท อ.2 กำหนดเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่จัดเรียงตั้งขึ้นตามกฎหมาย ว่าด้วยว่าการนิคมอุตสาหกรรม ที่ดินส่วนนี้ ให้ใช้คุณประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินในแต่ละบริเวณ และกักด่านใช้ประโยชน์เนื้อที่เพื่อกิจการตามที่
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ก่อสร้างชลบุรี